กลับไปคลังเรื่องอ่าน
ห่วงเอ๋อ · เรื่องน่ารู้ / เรื่องสงสัย

น้ำทะเลหนุนคืออะไร ทำไมปลายฝนน้ำท่วมง่ายกว่าเดิม

น้ำทะเลหนุนคืออะไร ทำไมปลายฝนน้ำท่วมง่ายกว่าเดิม

น้ำทะเลหนุนทำให้น้ำฝนระบายลงทะเลได้ช้าลง บทความนี้อธิบายว่าทำไมปลายฝนจึงน้ำท่วมง่าย ดูตารางน้ำขึ้นน้ำลงอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

คำตอบสั้นๆ: น้ำทะเลหนุนคือช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงกว่าปกติ น้ำทะเลจึงดันย้อนขึ้นมาตามแม่น้ำและคลอง ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลลงทะเลได้ช้าลง ผลคือน้ำท่วมขังได้ง่ายแม้ฝนจะไม่ได้ตกหนักมาก

หลายคนเคยเจอแบบนี้ ฝนตกไม่นานแต่ถนนหน้าบ้านกลับมีน้ำขังอยู่หลายชั่วโมง ทั้งที่ท่อและคูระบายน้ำก็ยังทำงานอยู่ คำตอบส่วนใหญ่อยู่ที่ "ปลายทาง" ของน้ำ คือทะเลนั่นเอง

น้ำทะเลขึ้นลงเพราะอะไร

น้ำทะเลขึ้นลงเป็นผลจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่กระทำต่อโลก ทุกวันทะเลจะขึ้นและลงประมาณสองครั้ง แต่ความสูงของการขึ้นไม่เท่ากันทุกวัน

ช่วงที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์อยู่ในแนวเดียวกัน แรงดึงดูดรวมกันจะทำให้น้ำขึ้นสูงที่สุด ช่วงนี้เรียกว่า "น้ำเกิด" ซึ่งมักเกิดในช่วงข้างขึ้นและข้างแรมค่ำ ตามปฏิทินจันทรคติ คือช่วงใกล้วันเพ็ญและวันแรม 15 ค่ำ

ทำไมน้ำฝนถึงระบายออกได้ยากขึ้น

แม่น้ำ คลอง และท่อระบายน้ำในพื้นที่ราบลุ่มจะระบายน้ำลงทะเลได้เพราะระดับน้ำปลายทางต่ำกว่าต้นทาง เมื่อทะเลขึ้นสูง ระดับน้ำปลายทางก็สูงขึ้นตามไปด้วย ความต่างระดับจึงน้อยลง น้ำในแม่น้ำจึงไหลออกช้าลง หรือบางช่วงไหลย้อนกลับเข้ามาในคลองสาขา

ลองนึกภาพว่าเรากำลังเทน้ำออกจากอ่างล้างจาน ถ้าท่อระบายอยู่ต่ำกว่าอ่างมาก น้ำจะไหลเร็ว แต่ถ้าท่อระบายแทบเท่าระดับอ่าง น้ำจะไหลช้าและค้างอยู่ในอ่าง น้ำทะเลหนุนทำให้ระดับ "ปลายท่อ" สูงขึ้นแบบนั้น

ทำไมปลายฝนถึงเสี่ยงเป็นพิเศษ

  • ดินอิ่มน้ำแล้ว: ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้ดินซึมน้ำได้น้อยลง น้ำฝนใหม่จึงไหลบนผิวดินลงสู่คลองมากขึ้น

  • แหล่งน้ำเต็มความจุ: อ่างเก็บน้ำและคลองหลายแห่งอาจเต็มก่อนฝนสุดท้าย ทำให้ต้องปล่อยน้ำเพิ่ม

  • ฝนและน้ำขึ้นมาพร้อมกัน: ถ้าฝนตกหนักในช่วงน้ำเกิด น้ำฝนจะถูกกักไว้ในพื้นที่มากกว่าปกติ

สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมบางพื้นที่น้ำท่วมแม้ฝนที่ตกลงมาจะไม่ได้มากเป็นพิเศษ เพราะปัจจัยอื่นกำลังเพิ่มแรงกดดันอยู่แล้ว

วิธีดูตารางน้ำขึ้นน้ำลงให้เป็น

ตารางน้ำขึ้นน้ำลงจะบอกเวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดและเวลาที่น้ำลงต่ำสุดของแต่ละวัน ถ้าตารางบอกว่าน้ำขึ้นสูงสุดตอนบ่ายสอง ให้ดูต่อว่าช่วงนั้นฝนกำลังตกในพื้นที่คุณหรือไม่

ข้อสังเกตที่ควรจำ:

  1. ดูทั้งเวลาน้ำขึ้นสูงและความสูงของน้ำ เพราะวันน้ำเกิดระดับจะสูงกว่าวันอื่นมาก

  2. ตารางของแต่ละพื้นที่ต่างกัน ให้เลือกสถานีที่ใกล้บ้านที่สุด

  3. ถ้าฝนตกหนักและน้ำขึ้นสูงในเวลาใกล้กัน ให้ระวังเป็นพิเศษ แม้ฝนจะหยุดแล้วก็ตาม

ควรเช็กอะไรก่อนออกจากบ้าน

แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีหลายแหล่ง ควรเช็กทั้งฝนและน้ำในวันเดียวกัน:

  • พยากรณ์อากาศ: กรมอุตุนิยมวิทยา

  • ระดับน้ำในแม่น้ำและคลอง: กรมชลประทาน

  • ตารางน้ำขึ้นน้ำลง: กรมอุทกศาสตร์ ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลรายวัน

  • ประกาศจากท้องถิ่น: เทศบาลหรือ กทม. ประกาศเรื่องการระบายน้ำและการปิดถนน

ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมอะไร

  • เก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าไว้ที่สูง

  • ชาร์จโทรศัพท์และแบตสำรองให้เต็มก่อนฝนหนัก

  • ย้ายรถไปจอดในที่สูงหรือห่างจากคลอง

  • เตรียมยาและอาหารที่เก็บได้นานไว้อย่างน้อยสองสามวัน

  • ถ้าปลั๊กหรือตู้ไฟในบ้านอยู่ต่ำ ควรให้ช่างตรวจก่อนน้ำขึ้น

เคล็ดลับ: ถ้าบ้านอยู่ใกล้ปากแม่น้ำหรือคลองที่ไหลลงทะเล ให้เช็กทั้งฝนและตารางน้ำขึ้นน้ำลงของวันนั้น และถ้าเห็นน้ำในคลองใกล้ขอบตลิ่ง ให้เตรียมตัวทันทีแม้ฝนจะหยุดไปแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

น้ำทะเลหนุนเหมือนคลื่นพายุไหม?
ไม่เหมือนกัน น้ำทะเลหนุนเป็นการขึ้นของระดับน้ำตามรอบการขึ้นลงของทะเล ส่วนคลื่นพายุซัดฝั่งเกิดจากลมแรงในช่วงพายุ

ฝนหยุดแล้ว ทำไมน้ำยังไม่ลด?
เพราะน้ำในคลองยังระบายลงทะเลไม่ได้ ถ้าน้ำทะเลยังขึ้นอยู่ น้ำท่วมขังอาจอยู่ต่ออีกหลายชั่วโมงจนกว่าน้ำทะเลจะลง

น้ำทะเลหนุนทำให้ฝนตกมากขึ้นหรือไม่?
ไม่ น้ำทะเลหนุนไม่ได้ทำให้ฝนตกมากขึ้น แต่ทำให้น้ำฝนที่ตกอยู่แล้วระบายได้ช้าลง

สรุป

น้ำทะเลหนุนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามรอบเป็นประจำ เมื่อรู้ว่าช่วงไหนน้ำทะเลจะขึ้นสูง และช่วงไหนฝนกำลังตกหนัก เราก็เตรียมตัวได้ก่อนน้ำจะมาถึง สิ่งที่ควรจำที่สุดคือ น้ำท่วมไม่ได้มาจากฝนอย่างเดียว แต่มาจากปลายทางของน้ำด้วย

อ่านเรื่องอื่นจากกองบรรณาธิการ